วิสัยทัศน์ "เป็นเครือข่ายที่ได้มาตรฐานคุณภาพบริการ บูรณาการงานเชิงรุก สร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืน"

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

[ FOOD AND HEADACHE ]

สาระน่ารู้ | เคล็ดลับ  | อาหารทำให้ปวดหัว (กุนเชียง)
สาระน่ารู้ | เคล็ดลับ  | อาหารทำให้ปวดหัว (ไวน์แดง)
 
     อาการปวดหัวของบางคนจะกำเริบทันทีถ้าทานอาหารที่มีสารไทรามีน (Tyramines) และ นิไทรต์ (Nitrite) เข้าไป เพราะร่างกายของคนๆ นั้นมีความไวต่อสาร 2 ตัวนี้ พอได้รับปุ๊บก็จะทำให้ระบบประสาทและหลอดเลือดหดตัวทันที อาหารที่มีสาร 2 ชนิดนี้อยู่มากก็คือ
     1. ช็อกโกแลต โดยเฉพาะคนที่เป็นไมเกรน ทานเมื่อไรเป็นได้เรื่องทุกที ยกเว้นช็อกโกแลตขาวซึ่งมีนมเป็นส่วนประกอบหลักมากกว่า
     2. กุนเชียงและเนื้อแดดเดียว เพราะสีแดงของอาหาร 2 ชนิดนี้ มาจากการเติมดินประสิวลงไป โดยไม่รู้ว่าดินประสิวนี่ละมีสาร Nitrite ระดับตัวแม่เลย
     3. ลูกชิ้นเด้ง ไม่ใช่ทุกร้าน แต่ก็เป็นส่วนใหญ่ที่คนทำลูกชิ้นจะใส่สารบอแร็กซ์ลงไปด้วยเพื่อช่วยให้ลูกชิ้นเด้งดึ๋งได้ดีขึ้น ทั้งๆ ที่บอแร็กซ์เป็นสารก่อมะเร็ง กระทรวงสาธารณสุขก็เตือนอยู่โครมๆ ว่าไม่ให้ใส่
     4. สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ผลการวิจัยว่าคนที่เป็นไมเกรนจะปวดหัวเมื่อกินสารชนิดนี้
     5. ไวน์แดง ในไวน์ก็มีไทรามีน กับนิไทรต์ ไม่น้อยนหน้าใครเหมือนกัน ฉะนั้นไม่ดื่มได้ล่ะดี
     นอกจากนี้สำหรับคนที่ปวดหัวเพราะไมเกรน ยังต้องเลี่ยงอาหารต่อไปนี้ด้วย
     - ช็อกโกแลต เนย ถั่ว เนยถั่ว ฮอทดอก
     - เนื้อย่าง เนื้อที่ใส่เครื่องเทศมากๆ อาหารมันๆ ซีอิ๊ว ผงชูรส เนื้อวัว
     - น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
     - ส้ม กล้วย ลูกพรุน สับปะรด
      - ยาแก้โรคความดัน ยารักษากระเพาะ Cimetidine ยาคุมกำเนิด

[ ฺิSUGAR AND SWEET ]


ไม่ว่าอาหารชาติใดๆก็ตาม จบอาหารคาวต้องมีของหวานหรือเครื่องดื่มเย็นตบท้าย ของหวานๆแบบไทยๆ ไม่ว่าจะเป็นทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง สังขยา ลอดช่อง หรือ จะเป็นขนมปัง ขนมเค้กล้วนเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายๆคน... แม้บางคนอาจจะบอกว่าไม่กินของหวานแต่ทุกเช้าต้องดื่มกาแฟสดหวานมัน หรือ โกโก้เย็น 1 แก้วใหญ่ ...แต่ ณ นาทีนี้ เป็นที่พิสูจน์แล้วว่า ตัวการใหญ่ที่สำคัญ ที่เป็นปัญหาระดับโลกขณะนี้คือ “น้ำอัดลม” “เครื่องดื่มมีน้ำตาล”... ที่คิดว่าดื่มแล้วหวานชื่นใจ ที่ทำให้เกิดโรคอ้วนทั้งในเด็ก ผู้ใหญ่
อาจารย์แพทย์หญิงประพิมพ์พร (ฉันทวศินกุล) ฉัตรานุกูลชัย หน่วยโภชนวิทยาเเละชีวเคมีทางการเเพทย์ คณะเเพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กับ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมองคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สะท้อนข้อมูลสุขภาพที่ต้องรับฟัง ทั้งนี้อาจจะเป็นจากการที่ “น้ำตาล” หวานอยู่ในรูปของเหลวเป็นน้ำ ทำให้ไม่สามารถกระตุ้นศูนย์ในสมองที่ ไฮโปธาลามัส (hypothalamus) ได้มากพอเพื่อให้สนองความอิ่มและจะได้หยุดกิน และน้ำหวานเหล่านี้จะยิ่งก่อให้เกิดอ้วนรุนแรงขึ้นไปอีก ในคนที่มียีนหรือรหัสพันธุกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการอ้วนง่ายอยู่ด้วย เมื่อเวลาผ่านไปสถานการณ์จะเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากตัวน้ำอัดลม น้ำหวานเอง และจากอาหารแป้ง ฟาสต์ฟูด ซึ่งนิยมกินด้วยกัน และยังพร่องผัก ผลไม้ กากใย ไฟเบอร์ ที่ช่วยต้านการดูดซึมน้ำตาลเข้าเลือด “ทำให้น้ำตาลทะลักพรวดเข้าในทันทีทันใด ก่อให้เกิดการตอบสนองของฮอร์โมนอินซูลินเพื่อกอบกู้ให้ระดับน้ำตาลคงที่ ไม่สูงเกินเป็นเบาหวาน แต่ถ้าภาวะนี้เกิดซ้ำซาก จะเกิดการดื้ออินซูลิน จนมีระดับสูงขึ้นๆ และอ้วนมากขึ้นทุกทีๆ”
คำถามยอดนิยม คือ กินหวานมากๆจะเป็นเบาหวานหรือเปล่า? จริงๆการกินหวานไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของโรคเบาหวาน แต่....แต่การที่ร่างกายเราได้รับน้ำตาลมากๆนั้นเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายเราได้รับพลังงานส่วนเกินมาก และความอ้วนนั่นเองที่จะทำให้โรคแสดงตัวออกมา โดยถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดในคนที่มีกรรมพันธุ์เบาหวาน ที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานขึ้น
หวานๆมหันตภัย น้ำอัดลม น้ำตาล
หวานๆมหันตภัย น้ำอัดลม น้ำตาล
 
คนอ้วนยังมีสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบมากในเลือดทำให้เส้นเลือดหัวใจ สมองตีบเร็วกว่าอายุ แถมส่วนมากยังไปชอบอาหารไขมัน ซึ่งเมื่อรวมกับหวาน จะทำให้กลไกกำจัดสารพิษอัลไซเมอร์ในสมองบกพร่อง เกิดมีการสะสมพิษ (unbound amyloid หรือ oligomer)มากขึ้น และสภาพดื้ออินซูลิน แม้ว่าระดับจะสูงในเลือด แต่ในสมองกลับลดลง ซึ่งอินซูลินมีความสำคัญอย่างยิ่งในการคงสภาพการทำงานของสมอง ทั้งนี้...พบว่า คนอ้วนจะมีสมองหดฝ่อมากและเร็วกว่าคนไม่อ้วน *ทราบหรือไม่ว่าน้ำตาลที่ได้รับจากเครื่องดื่มหวานๆ หรือ น้ำอัดลม 1 แก้วนั้นอาจจะสูงถึง 12 ช้อนชา...ต่อแก้ว
คำแนะนำสำหรับคนไทยนั้นควรกินน้ำตาลไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา แต่คนไทยผู้ชื่นชอบอาหารรสจัดมีแนวโน้มบริโภคน้ำตาลเกินกว่านี้ประมาณ 3 เท่า
แล้วเราจำเป็นต้องการงดเว้นกินน้ำตาลไปเลยหรือไม่ คำตอบ คือ ตามธรรมชาติรสหวาน หรือน้ำตาลเป็นส่วนประกอบในวัตถุดิบในอาหารอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้ ธัญพืชและถั่วต่างๆ หรือแม้แต่นมนั้นมักจะมีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบอยู่แล้ว ดังนั้นเราจึงไม่ควรเติมน้ำตาลเพิ่มเติมลงไปในอาหารมากมายนัก

จำนวนการเข้าชมเว็บไซต์

Advertise

สภาพอากาศ จ.สงขลา

Sample Text

(Tab Widget 4)

Social Icons

Followers

(Tab Widget 3)

Featured Posts

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Popular Posts

Social Icons

Popular Posts

Download

Recent Posts Box 2

วีดีโอแนะนำ

เว็ปไซต์ที่เกี่ยวข้อง